Singapore / สิงคโปร์ 2


ต่อจากเมื่อวาน Part 1 เรายังทัวร์เกาะเซ็นโตซ่ากันไม่ครบ เพราะมัวแต่สนุกสนานกับเครื่องเล่น และถ่ายรูปเหล่าตัวการ์ตูนสุดน่ารักใน Universal Studio Singapore แถมยังมีการแสดงและขบวนพาเหรดสุดอลังการอีกด้วย วันนี้เราจะมาเที่ยวกันต่อ ว่านอกจากสวนสนุกแล้ว บนเกาะจะมีกิจกรรมอะไรให้ทำอีกบ้าง สำหรับคนที่ไม่อยากอยู่ใน USS จนมืดค่ำเหมือนเมื่อวาน เราก็มีโปรแกรมแนะนำ จะได้ปรับให้เหมาะกับแพลนที่คุณคิดไว้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ....

และแพลนต่อไปนี้สำหรับคนที่ไม่กลับเข้า USS เหมือน Part แรก

หลังจากเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกครบแล้ว ก็ออกมาไวหน่อยนะคะ เพราะเราจะพาไปเดินเล่นริมชายหาดตอนเย็นต่อค่ะ ที่เกาะเซ็นโตซ่าเค้ามีทั้งหมด 3 หาด คือ Siloso Beach, Palawan Beach และ Tanjong Beach เดินถึงกันได้หมดนะ ถ้ามีเวลาก็เดินเล่นชิลๆ ชมวิวทะเลยามเย็น ถ้าใครขี้เกียจเดินก็ใช้บริการรถรางได้ *รถรางสาย Palawan Tanjong Beach และ Siloso Beach จะวิ่งวนรอบหาด นั่งฟรี ลงได้ทุกป้าย แต่รอนานนะ ถ้าไหวก็เดินดีกว่าค่ะ


จุดชมวิว




โปรแกรมนี้จะต่างจาก Part แรกตรงที่เราจะไม่กลับเข้าไปใน USS อีก ฉะนั้นกะเวลาดีๆ เพื่อจะได้เดินเที่ยวเยอะๆ นะคะ เพราะต้องเผื่อเวลาไปดู Songs of The Sea - การแสดงแสง สี เสียงผ่านม่านน้ำที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับโลก เปิดแสดง 2 รอบนะคะ แต่แนะนำให้ดูรอบ 19.40 น. ดีกว่า เพื่อที่จะได้มีเวลาไปดูโชว์ Crane Dance ของ Resorts World Sentosa ช่วง 21.00 น. ทัน แล้วต่อด้วย Lake of Dreams ที่อยู่ใกล้ๆ กันในเวลา 21.30 น. อีกด้วย มาเที่ยวทั้งทีดูให้ครบค่ะ

Songs of The Sea




Songs of The Sea เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มลี ที่ต้องร้องเพลง ทำภารกิจช่วยเจ้าหญิง Ami ร่วมกับเพื่อนๆ (เพลงเพราะ สีสันก็สวยงาม) แนะนำให้ เลือกที่นั่งหลังๆ หน่อยนะคะ เพราะข้างหน้าจะมี effect เป็นระยะ จะร้อนนิดหน่อยค่ะ สำหรับคนที่ดูแล้วอาจรู้สึกว่าธรรมดา แต่ถ้ายังไม่เคยดูก็ดูไปเถอะ เพลินดีนะ และราคาก็ไม่แพงด้วย คนละ 10 เหรียญสิงคโปร์เท่านั้น

Crane Dance



ส่วนเครนแดนซ์จะเป็นเรื่องราวความรักของนก 2 ตัว ตั้งแต่พบกัน จีบกัน แล้วก็รักกัน แนะนำให้รีบมาจับจองที่นั่งก่อนนะ มาก่อนได้เลือกที่นั่งดีๆ ก่อน อันนี้ดูฟรี (แสดง 21.00 น.)


ปิดท้ายคืนนี้ด้วย Lake of Dreams โชว์เกี่ยวกับเรื่องราวของทะเลสาปแห่งความฝัน ใช้แสงสีสวยงามไม่แพ้กัน ที่สำคัญคือฟรีค่ะ (แสดง 21.30 น.)

ขากลับ ถ้ามีเวลาก็แวะเข้าไปชมบรรยากาศใน Resorts World Sentosa กันซะหน่อยว่าจะหรูเริ่ดอลังการขนาดไหน ถ้าอยากเสี่ยงดวงที่นี่เค้าก็มีคาสิโนด้วยนะ (Resorts World Casino) เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยนักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเข้าคาสิโนได้ฟรี แต่ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป ควรแต่งกายสุภาพ ด้านในห้ามถ่ายภาพนะคะ และสูบบุหรี่ได้เฉพาะในส่วนที่จัดไว้เท่านั้น ที่สำคัญอย่าลืมพก Passport ไปด้วยทุกครั้ง

หลังจากดู Lake of Dreams จบก็ดึกมากแล้ว ได้เวลากลับไปพักผ่อนกันแล้วค่ะ วันนี้ถือว่าทัวร์เกาะเซ็นโตซ่ากันแบบจุใจเลยทีเดียว ถ้ามีเวลามากกว่านี้ อาจจะได้ลองเครื่องเล่นอย่าง Gogreen Segway, Sentosa 4D Magix, Sentosa CineBlast, iFly, The Flying Trapeze, MegaZip Adventure Park และสวนน้ำขนาดใหญ่อย่าง Wave House Sentosa ก็ได้นะ แต่นักท่องเที่ยวบางคนก็ไม่เข้า USS นะ เพราะอยากเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ บนเกาะมากกว่า อันนี้ก็ต้องจัดทริปบริหารเวลากันเองค่ะ อย่างเมื่อวานพวกเราแว้บออกมา ก็สามารถเล่นได้ทั้ง Luge & Skyride , Tiger เดินถ่ายรูป Merlion และเข้าชม Images Of Singapore ได้อีกด้วย ถ้ามีเวลาจำกัดก็ลองคัดเครื่องเล่นที่ชอบไว้ก่อน แล้วค่อยจัดโปรแกรมเที่ยวตามลำดับค่ะ^^
..........................................


หลังจากเที่ยวกันเต็มที่มาหลายวัน และเมื่อคืนก็กลับดึกด้วย วันนี้ขอตื่นสายหน่อยน๊าา... เดี๋ยวกลางวันค่อยออกไป Shopping ที่ Little india กับ Bugis กัน ^O^
การเดินทาง : สถานี Bugis (EW12) ทางออก C



มาย่านนี้เดินดูอะไรก็สวยงาม ชวนให้อยากซื้อไปหมด แต่ต้องดูดีๆ นะคะ บางอย่างก็ราคาถูก แต่บางอย่างนี่แพงกว่าบ้านเราอีกแน่ะ - - ลักษณะก็คล้าย JJ บ้านเรา ใครหิวก็แวะทานข้าวที่ศูนย์อาหารหน้า Bugis Street ได้นะ มีอาหารให้เลือกเยอะเลย ส่วนข้างในก็มีพวกร้านค้า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผลไม้ และขนมหน้าตาแปลกๆ ให้ลองชิมเหมือนกัน เดินไปทางไหนก็อิ่ม~ อย่าลืมซื้อไอติม 1 เหรียญมาชิมด้วยล่ะ เค้าจะมีให้เลือกสามแบบคือ แบบใส่ในวาฟเฟิล ใส่ในขนมปัง แล้วก็ใส่ถ้วย ส่วนแบบสุดท้ายก็คือใส่ปากสินะ (รีบเล่นก่อน ฮ่าๆ)


หลายคนอาจจะเคยเห็นตามหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่มักมีบันไดวนหลากสีอยู่ ก็แวะมาถ่ายรูปกันได้นะคะ อยู่ด้านหลัง Bugis Village นี่เอง ส่วนที่เห็นด้านหลังนั่นคือห้าง OG Albert Complax & Albert Mall ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหลากหลายของสินค้า เรียกว่ามาที่เดียวครบ

ส่วนช่วงเย็นเราแวะไปชมวิวสวยๆ ที่ Marina Barrage อ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์กัน

Mrt ลงสถานี Marina Bay NS27 จากนั้นไปขึ้นรถชัตเทิลบัส (ส่งถึงมารีนาบาร์เรจ เวลากลับก็รอขึ้นรถจุดที่ลง) สวนธารณะเปิด 10.00-18.00 พิพิธภัณฑ์เปิด 09.00-21.00
มี EZ Link บัตรเดียวเที่ยวได้ แค่แตะบัตรตรงกล่องเล็กๆ ขวามือตอนขึ้นประตูหน้า ส่วนตอนลงแตะที่ประตูหลัง








นอกจากจะเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์แล้ว ที่นี่ยังเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นวิว Singapore Flyer, Marina Bay Sands, Garden by the Bay และตึกสวยๆ ของสิงคโปร์ได้แบบฟรีๆ อีกด้วย แนะนำให้มาเที่ยวช่วงเย็นดีกว่านะคะ เพราะอากาศไม่ร้อนมาก ขึ้นมาเดินเล่นข้างบน ลมพัดเย็นๆ ดีค่ะ หลังจากเดิน shopping กันมาทั้งวันแล้ว กลับไปทานข้าวเย็นแถวโรงแรมละกัน ยังมีเมนูที่ยังไม่ได้ลองเยอะเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันต่อค่ะ ใครมีแรงเหลือจะลองไปย่ำตระเวนราตรีใน Nightclubs ของสิงคโปร์ดูก็ได้นะ เผื่ออยาก Dance บ้างอะไรบ้าง อิอิ แต่ได้ข่าวว่าราคาเหล้าที่นี่แพงน่าดู หากจะไปเที่ยวก็อย่าลืมพก Passport ไปด้วยทุกครั้งค่ะ
.................................


ขณะนี้ 11.00 AM. เตรียมตัวเก็บกระเป๋า Check out กันได้แล้วค่ะ โรงแรมส่วนใหญ่ในสิงคโปร์จะมีบริการรับฝากกระเป๋าหลัง Check out อยู่แล้ว ที่ V Hotel ก็เช่นกัน พวกเราจะได้ไปเที่ยวกันแบบตัวเบาเบา ไม่ต้องหิ้วกระเป๋าให้หนัก ดีมั้ย^^ หลังจากจัดการอะไรเสร็จเรียบร้อยก็เที่ยงพอดี ไปทานข้าวเติมพลังกันก่อนค่ะ อิ่มแล้วไม่ต้องเดินไกลเพราะสถานี MRT อยู่หน้าโรงแรมนี่เอง วันนี้นั่ง MRT ไปไกลหน่อยนะ เพราะเราจะไปเที่ยว Chinese Garden กันค่ะ

ข้างในมีสวนบอนไซด้วยค่ะ


Chinese Garden สวนจีนแห่งนี้ออกแบบโดยศาตราจารย์หยวนเซ็นยู (Yuen Chen Yu) สถาปนิกชาวไต้หวันที่มีชื่อเสียง ออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมและทิวทัศน์แบบตอนเหนือของจักรวรรดิจีน ถ้ามาเที่ยวในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมของทุกปี สวนจีนแห่งนี้จะมีการประดับโคมไฟสวยงาม เพิ่มบรรยากาศแบบจีนให้สวยยิ่งขึ้น ถ้ามาเที่ยวตรงกับช่วงเวลาดังกล่าวก็อย่าลืมแวะมาเก็บภาพสวยๆ กันนะคะ โซนนี้ถ้ามีเวลาเยอะๆ อาจจะใส่โปรแกรมเที่ยวอย่าง Singapore Zoo, Singapore Night Safari และสวนนกชื่อดังอย่าง Jurong Bird Park ลงไปด้วยก็ได้

หลังจากพาเที่ยวชมธรรมชาติกันเต็มที่แล้วก็กลับเข้าเมืองบ้างดีกว่า ไป Shopping ย่าน Orchard ต่อค่ะ เริ่มกันที่ห้างสวยหรูระดับ World Class อย่าง ION กันเลย ห้างฯ นี้เคยได้รับรางวัล best retail และ best architectural มาแล้วด้วย
ION Orchard


ด้านล่างเค้ามีร้านอาหารนานาชาติเพียบเลย เราจะลองไปชิมกันนะ

ถ้ายังไม่หนำใจก็ของหวานต่อ แนะนำร้าน Mei Heong Yuen Dessert หวานอร่อยยกนิ้วให้


เดินเลือกซื้อของกันตามสบายเพราะมีร้านค้าให้เลือกซื้อกว่า 300 ร้าน ถ้าสำรวจข้างในครบแล้ว ก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกต่อ แถวนี้มีห้างดังๆ ตั้งเรียงให้สาวๆ เลือกช้อปเพียบ ด้านหน้าของห้างฯ ยังตกแต่งสวยงาม มีมุมให้เราได้ถ่ายรูปกันสนุกสนานเลยเชียว เรียกว่าได้กินได้ช้อปกันจนมืดค่ำ ได้เวลาที่เราต้องไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วไปสนามบิน กลับบ้านกันค่ะ






Singapore Changi Airport เป็นสนามบินนานาชาติ ที่ดีที่สุดในโลกแห่งนึงเลยนะคะ มีด้วยกัน 3 Terminal แต่ละ Terminal จะมี Skytrain เชื่อมถึงกันได้ ให้บริการฟรี ส่วน Terminal ที่ใหญ่และอลังการที่สุดก็คือ Terminal 3 และระหว่างที่รอเครื่องออก เดี๋ยวเราจะไปทานข้าวเย็นที่ร้านใน T.3 กันนะคะ


หลังจากเดินเลือกอยู่หลายร้าน ก็ลงเอยที่ร้านนี้ค่ะ Pastamania (Singapore) เป็นพาสต้าจากอิตาลีแท้ๆ และมีเมนูพาสต้าที่เราอยากกินอยู่ด้วย หน้าตาออกมาดี รสชาติก็อร่อย และยังมีบริการ Delivery ด้วย เมนูแนะนำ Marinara อร่อยกลมกล่อม ของกินเล่นก็แนะนำ Cheese Sticks ค่ะ อ้อ!! อย่าลืมของหวานอย่าง Choco Italiano ด้วยนะ




สิงคโปร์ ทริปนี้พวกเราเที่ยวกันเต็มที่มาก นอกจากจะได้เห็นสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้ว ยังได้ความรู้ และประสบการณ์มากมาย สิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางเลย เพราะสิงคโปร์มีระบบคมนาคมสาธารณะที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก และมีการก่อสร้างเพิ่มอยู่เรื่อยๆ มือใหม่แค่ไหนก็เดินทางได้สบาย~ ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลเมืองไทยด้วย วันหยุดคราวหน้าถ้ามีโอกาสเราคงกลับไปเที่ยวสิงค์โปร์กันอีกแน่นอน



เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
ภูมิอากาศ สิงค์โปร์มี 2 ฤดูคือฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - ตุลาคม  / ฤดูฝน จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม
ภาษา สิงค์โปร์ใช้ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษามาเลย์ และทมิฬ
เวลา ที่สิงค์โปร์เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง
ค่าเงิน เงินของสิงค์โปร์มีหน่วยเป็น "สิงค์โปร์ดอลล่าร์" (SGD) อัตราแลกเปลี่ยนกับเงินบาทไทยโดยประมาณจะอยู่ที่ 1SGD = 24 - 25Baht ขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
ไฟฟ้า ระบบกระแสไฟฟ้าที่สิงค์โปร์จะใช้เหมือนบ้านเรา คือ 220-240 โวลล์ แต่เต้าเสียบจะมีลักษณะแบบ 3 ขาเหลี่ยม ฉะนั้นซื้อหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วยนะคะ (แต่ที่ V Hotel เสียบได้เลยไม่ต้องใช้ตัวแปลงค่ะ)
ซิมการ์ด แนะนำให้ซื้อซิมการ์ดแบบเติมเงินของ SingTel (ตอนซื้อต้องใช้ Passport ด้วย)
สมัคร Internet โทร *363 ระบบจะส่ง sms มาให้เราพิมพ์ตอบกลับไปว่าจะเลือกแพ็คเกจไหน ทำตามขั้นตอนได้เลย
กด *139# เพื่อเช็คยอดเงินคงเหลือ
กด *139*3# เพื่อเช็คยอดอินเทอร์เน็ต (ถ้าสมัครไว้)
โทรกลับไทยกด 019 668 xxxxxxxx
เบอร์โทรศัพท์ที่ควรทราบ ตำรวจ 999 (โทรฟรี), ฉุกเฉิน/รถพยาบาล/ดับเพลิง 995 (โทรฟรี)
และอย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนไปเผื่อด้วยนะคะ เพราะที่นี่ฝนตกได้ตลอดเวลา หรือถ้าขี้เกียจถือร่ม ฝนตกตอนไหนก็วิ่งหาที่หลบเอาค่ะ ตกแต่ละครั้งไม่นานค่ะ มาแว้บๆ  ^^ ยังไงก็เที่ยวให้สนุกนะคะ ♪♫.. ♪♫...


2 comments:

kin-fa Yang said...

รูป ภาพสวยงามมากครับ แถมเหนื้อหาที่เขียนสนุกมากครับ ขอติดตาม blog นี้ด้วยครับ

Anonymous said...

Do you mind if I quote a few of your articles as long as I provide credit and sources back to your webpage?
My website is in the exact same niche as yours
and my visitors would definitely benefit from some of the information you present here.

Please let me know if this ok with you. Thanks!


Feel free to visit my web page ... กระเป๋ากล้อง